Namdhari Thailand
Introduction
ศาสนานามธารี
พระศาสดา
พระศาสดาองค์ปัจจุบัน
ศรีบานิซาฮิบ
ขนบธรรมเนียม
บทสวดมนต์
พิธีกรรม
ประเพณีสำคัญ
พระบัญชา
อวสานของกลียุค
Knowledge
เรื่องเล่าสอนใจ
นิทาน
สัจธรรม
Gurbani
ภาษาปัญจาบิ
F.A.Q
Multimedia
เพลงสรรเสริญ
คลิปวีดีโอ
บทสวดมนต์
ห้องภาพ
ถ่ายทอดสด
Download
ริงโทน
สกรีนเซเวอร์
วอลล์เปเปอร์
เอ็มพี3
Community
เว็บบอร์ด
รูปภาพกิจกรรม
รอบบ้านผ่านเมือง
สูตรอาหารจานอร่อย
เคล็ดลับสุขภาพดี
เล่าสู่กันฟัง
Web Link
Search
1 User online


Sign In | Register
Home
ชาวนามธารี (Namdhari) เป็นศาสนิกชนในศาสนาซิกข์ นามธารี หมายความว่า นักบุญบริสุทธิ์ ผู้ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและนับถือพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสถิตอยู่ในจิตวิญญาณ มีความเชื่อและศรัทธา ต่อองค์พระศาสดา ตั้งแต่พระปฐมบรมศาสดา Sri Guru Nanak Dev Ji สืบเรื่อยมาจนถึงยุคสมัยของ พระศาสดา Sri Sat Guru Jagjit Singh Ji (พระศาสดาองค์ที่ 15) ซึ่งเป็นองค์ปัจจุบัน
ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาว Namdhari ผู้ชายจะโพกผ้าพันศรีษะสีขาว บสงท่านร้อยมาลา (Mala) ลูกปคัมภ์สีขาว 108 เม็ด ทำด้วยไหมพรม ผู้หญิงจะแต่งกายด้วยผ้าสีขาวหรือสีอ่อน โดยมีความเชื่อว่าสีขาวเป็นสิ่งแทนของความบริสุทธิ์ สะอาดและสันติ

พระศาสดาของชาว Namdhari ปัจจุบัน นับได้ 15 องค์ พระศาสดาทุกพระองค์ นอกจากจะสอนสั่งให้สานุศิษย์สวดภาวนาร้องเพลงสรรเสริญ เพื่อรำลึกถึงพระคุณของพระผู้เป็นเจ้า อันมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อมนุษยชาติและทุกสรรพสิ่งบนโลก เสมือนพี่น้องและเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า
พระศาสดา Sri Sat Guru Arjan Dev Ji องค์ที่ 5 และ พระศาสดา Sri Sat Guru Tegh Bahadur Ji องค์ที่ 9 ได้พลีชีพเพื่อปกป้องศาสนา จากความโหดร้ายของฝ่ายบริหารประเทศ ซึ่งบังคับขู่เข็ญให้เปลี่ยนการนับถือศาสนา และวัฒนธรรมของศาสนิกชนชาวฮินดู อย่างไม่เป็นธรรม
การสถาปนาศาสนาซิกข์
ต่อมาพระศาสดา Sri Sat Guru Gobind Singh Ji องค์ที่ 10 ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้าน ยุทธศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ ได้ตระหนักถึงความโหดร้าย การกดขี่ข่มเหง อย่างไม่เป็นธรรมจากฝ่ายบริหาร พระองค์ได้ทรงรวบรวมพลัง ปลุกจิตวิญญาณ สร้างสมานสามัคคี โดยใช้รากฐานธรรมะ และการเสียสละเพื่อส่วนรวม ในสานุศิษย์ของพระองค์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และชี้แนวทางศาสนา นำไปสู่การก่อตั้งสถาปนาศาสนาซิกข์ขึ้นอีกศาสนาหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านอธรรม คุ้มครองผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ถูกกดขี่โดยไม่เป็นธรรมในสังคม พระองค์ทรงเรียกสานุศิษย์ของพระองค์ทั้งหมดและเชิญศิษย์ 5 ท่าน (Panj Piare) รวมตัวกันจัดพิธีกรรม เพื่อรวมชาวซิกข์มห้เป็นหนึ่งเดียว โดยร้องเพลงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า อ่านพระวจนะจากพระคัมภีร์ และเตรียมน้ำอมฤต (น้ำมนต์) พระองค์และสานุศิษย์ได้พระราชทานน้ำอมฤต และสาบานตนขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้มีกำลังใจในการเสียสละเพื่อส่วนรวม และตั้งกฎ ศาสนปฏิบัติของชาวซิกข์ขึ้นมาใหม่ พิธีกรรมดังกล่าวนี้ ได้จัดขึ้นในวันสงกรานต์ เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1699 ณ เมือง  AnandPur Sahib  จึงถือวันสงกรานต์เป็นวันสำคัญยิ่ง ซึ่งตรงกับวัน “สถาปนาศาสนาซิกข์”

ตามความเชื่อของชาว Namdhari พระศาสดาองค์ที่ 10  ก่อนที่พระองค์ได้จากโลกนี้ไป พระองค์ได้ทรงพระราชทานตำแหน่งให้กับ พระศาสดา Sri Sat Guru Balak Singh Ji (พระศาสดาองค์ที่ 11) และต่อมาในปี ค.ศ. 1841 พระศาสดา Sri Sat Guru Balak Singh Ji ได้พระราชทานตำแหน่งให่กับ พระศาสดา Sri Sat Guru Ram Singh Ji (พระศาสดาองค์ที่ 12) พร้อมทั้งรับสั่งให้บำเพ็ญเพียรภาวนา ดำเนินการเผลแพร่พระศาสนาต่อไป

หลังจากพระศาษดาองค์ที่ 12 ได้รับพระราชทานตำแหน่งของพระศาสดาแล้ว พระองคืทรงได้รวบรวม โน้มน้าวสานุศิษย์ของพระองค์ และปฏิบัติธรรมสวดภาวนาโดยอย่างเคร่งครัด พะองค์เห็นว่าประชาชนหลงผิด ประพฤตินอกลู่นอกทาง เสียขวัญกำลังใจ ไร้ที่พึ่ง ผู้ครองบ้านครองเมืองติดอบายมุข กดขี่ข่มเหงประชาชน ธรรมะได้เสื่อมสลายลง พระองค์จึงได้จัดพิธีปฏิรูปสังคายนา รูปแบบศาสนาให้บริสุทธิ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1857 ที่ ตำบล Sri Bhani Sahib อำเภอ Ludhiana โดยเชิญสานุศิษย์จากทุกแห่งเพื่อรวมตัวกันทำพิธี อ่านพระคัมภีร์ เตรียมน้ำอมฤต พรอมกับสาบานตน ให้อยู่ในขอบเขตของธรรมะ มีความรักชาติ รักศาสนา ทำงานอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ดังนั้นวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1857 จึงถือเป็นวันปฐมฤกษ์ของการก่อตั้งศาสนา Namdhari

ด้วยฤทธานุภาพและความบรสุทธิ์ของพระองค์สามารถเพิ่มจำนวนสานุศิษย์ของพระองค์ จากกลุ่มเพียงเล็กน้อยมาเป็นหลายแสนคน โดยในระหว่างที่พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนสานุศิษย์ และศาสนสถาน ทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูพิธีการสวดและอ่านพระคัมภีร์ด้วยเคารพอย่างเคร่งครัด ด้วยความรัก และความศรัทธา ประชาชนให้ขนานนามสานุศิษย์ของพระงค์เป็น “NAMDHARI SAINT KHALSA” ซึ่งมีความหมายว่า “นักบุญบริสุทธิ์ ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและนับถือพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสถิตอยู่ในจิตวิญญาณ” จากวันนั้นมา ชาว Namdhari กลุ่มนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Namdhari”
Top
About Us   |   Contact Us   |    Guest Map
Copyright © 2009 www.namdharithailand.org All Rights Reserved.